
Tag ยอดนิยมของคน(ชอบเขียน)ออนไลน์
.
ได้รับ Tag จากคุณโจโจ้
และ..ก่อนที่นุ้ยจะส่ง Tag ต่อให้เพื่อนๆ อีก 5 คน
ก็..ต้องทำตามกฎกติกามารยาทซะก่อน
กับ..ความลับ 5 อย่างเกี่ยวกับตัวเอง..
.
เหรอ ?!
.
ก็ได้
.
เริ่มเลยละกันนะ
.
- .. ปัสสาวะรดที่นอน ..
หรือฉี่รดที่นอนนั่นแหล่ะ เป็นเรื่องที่น่าอายมากๆฉันฉี่รดที่นอนตั้งแต่จำความได้
จนถึงชั้นมัธยมต้น .. ฉี่รดทุกวัน ฉี่มันเข้าไป ..
เวลานอนที่เตียงต้องปูผ้ายางไว้ก่อน
แล้วผ้าถุงของอาม่าที่ไม่ใช้แล้วเอามาปูทับอีกที ..
ที่ปลายเตียงจะมีผ้าพับสำรองไว้อีกสองผืนจำได้ว่าเห็นแม่จัดที่นอนให้อย่างนี้

(- -'' ) ภาพสถานที่เกิดเหตุจริง เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๒๖
จนตัวฉันย้ายจากห้องป๊ากะแม่ มานอนห้องอาม่า อาม่าก็จัดที่นอนให้อย่างเดิม
ที่บ้านเตรียมกระโถนฉี่แบบของเด็กไว้ให้ฉันด้วย เอาไว้ใต้เตียง
เผื่อรู้สึกตัวว่าปวดฉี่ให้รีบมาฉี่ แต่ทุกคืนก็ไม่เคยรู้สึกตัวก่อนล่วงหน้าเลย
จะรู้อีกทีก็คือฉี่ไปแล้ว นอนแล้วมันเปียกแฉะ ไม่สบายตัว T T
เวลาไปโรงเรียน ในวัยอนุบาลนั้น
จำได้อีกว่าแม่จะต้องเตรียมกางเกงในไว้ในกระเป๋านักเรียน 2 ตัว
เอาไว้ผลัดเปลี่ยนช่วงบ่ายเพราะเด็กอนุบาลจะมีช่วงเวลาพักนอนกลางวันกัน
ที่บ้านก็บอกคุณครูไว้แล้วว่าฉันเป็น..เหมือนความบกพร่องประจำตัว
คุณครูจึงรู้และคอยดูแลในเรื่องนี้เป็นพิเศษ
... จวบจนเรียนมัธยมต้นก็แล้วโรคฉี่รดที่นอนของก็ยังไม่หาย
ก่อนนอนก็จะฉี่ก่อนแล้วนะ แต่มันก็ยัง .. ฉี่รดที่นอนเหมือนเดิม
ใครรู้ก็พากันล้อ ยิ่งโดยเฉพาะญาตินี่ล่ะตัวดี
ทำให้ฉันขาดความมั่นใจในตัวเองมาก
กระทั่งเรียนจบชั้นมัธยมต้นอาการก็ทุเลาลง
แต่ก็ไม่ได้หายขาดนะ ยังมีบ้างประปราย
จวบจนวันนี้ แบบนานทีปีละสามหน = =
.

.
- .. หนีรัก พักการเรียน ..
รักร้อนแรงของหนุ่มสาวที่ไม่ใช่แค่ Puppy Love ในวัย 18 ปี
กับชีวิตเฟรชชี่ที่ ม.เอแบค แสนสนุกสุขสดใสทุกวัน
มีแต่เรื่องดีดี เรียนก็ดี เพื่อนก็ดี รุ่นพี่ก็ดี อาจารย์ก็ดี
กิจกรรมเชิดหน้าชูตาจนดีแตกเริ่มให้เวลากิจกรรมมากกว่าการเรียน
รักร้อนแรงเริ่มทำลายชีวิตตัวเองเรื่องหึงหวงรุนแรงเกิดขึ้น
จะเล่าให้ยาว .. ว่าดังนี้
ช่วงเย็นวันหนึ่งที่วงเวียนหน้าตึก E ม.อัสสัมชัญ
ฉันกับเพื่อนสนิทเพิ่งเลิกเรียนจากตึก S จะเดินกลับโต๊ะ Arts ด้วยกัน
ถึงตรงหน้าคาเฟ' ตึกชมรม commu..ญ สาวเปรี้ยว 2 คน เดินตรงเข้ามา
และชี้หน้ามาที่ฉันพร้อมพูดกระโชก
"อีหัวแดง มึงแย่งผัวเพื่อนกูทำไม หาเองไม่ได้แล้วเหรอ"
"อ้าว .. พี่เค้ามีแฟนแล้วเหรอไม่เห็นรู้เรื่องเลย พี่เค้าไม่เคยบอก
อีกอย่างพี่เค้ามาหาเองตลอดทุกวันเลย" ไอ่ฉันก็ตกใจกลัว
พูดไปตรงๆ ไม่ได้เรียบเรียงคำพูด
กลายเป็นว่าที่ฉันพูดนี่ยิ่งไปจี๊ดพวกรุ่นพี่ Bba ปี 3 พวกนั้น
(อาจมีเหตุผลเสริมด้วยว่าดิฉันหน้าตาแร๊ดแร่ด เสียงก็เหมือนดัดจริตด้วยมั้งนะ)
"หนอย ปากดี อีนี่ เดี๋ยวกูจะตบมึงตรงนี้" เค้าว่ามา
"ไม่ได้ปากดีพี่ ก็พี่..(เซ็นเซอร์ชื่อไว้) เค้ามาจีบนุ้ยเองนี่ นุ้ยไม่เห็นรู้เรื่องไรเลย
พี่มีไรก็ไปคุยกันเองสิ มาหาเรื่องนุ้ยไมอะ นุ้ยจะกลับโต๊ะแล้ว"
"กลัวล่ะสิอีกะหรี่หัวแดง เดี๋ยวกูจะตามไปจัดการมึงที่โต๊ะ"
แล้วชีสองคนก็เดินจากไป .. .. Y Y
ที่เหลืออยู่คือผู้หญิงหัวแดงกะความกลัวจนตัวสั่นงันงก
ก็ไม่รู้ว่าฉันจะไปกลัวอะไรในเมื่อไม่ได้ทำอะไรผิดจริงๆ
..
ผู้ชายรุ่นพี่ปี 5 คณะ Bba คนนั้น เป็นหัวหน้าว๊ากเกอร์
รู้จักตอนรับน้อง ปี1 .. หลังจากวันนั้นฮีก็เทียวไล้เที่ยวขื่ออยู่ที่โต๊ะ Arts
ใช้กลเม็ดเด็ดพรายของชายโคดเจ้าชู้มาจีบตรูอยู่เกือบปี
พาตัวของเขาเองมาให้ครอบครัวตรูรู้จักมักจี่
แล้วพอ "ตกลงคบเป็นแฟนกัน" ท่ามกลางเสียงคัดค้านของรุ่นพี่ที่โต๊ะ Arts
เหตุผลเพราะว่า รุ่นพี่หลายคนรู้ว่าพี่เค้าเจ้าชู้ และรุ่นพี่อีกหลายคนก็ชอบพี่เค้าอยู่
พอสาวเฟรชชี่หวั่นไหวไปแล้วไปลับกับ "รักครั้งแรก" อย่างฉันตัดสินใจคบพี่เค้า
.... เราก็เจอของดี ....
โดนตามจิก ตามด่า จากใครไม่รู้ สองคน เพิ่มเป็นสามคน สี่คน ห้าคน
ฉันคนนี้ที่ไม่สู้คนอยู่แล้ว ก็กลัวดิ่ ถึงแม้หน้าตามันจะไม่ให้ว่าอ่อนก็เถอะ
(นิสัยมันขัดกะหน้าตาว่างั้น) และด้วยความที่ทำกิจกรรมมากก็รู้จักคนมาก
จากถามไถ่กลายเป็นนินทา..
ต่อว่าติฉินทั้งหญิงทั้งชาย ทั้งตรูทั้งไอผุ้ชาย ทั้งพวกอีนั่น
สุดท้ายตรูทนไม่ได้แล้ว เพราะปัญหามันบานปลาย
ยังไงฉันก็ไม่ยอมโดนด่าฟรีๆ หรอก เพราะไม่ได้แย่งของใคร
ผู้หญิงคนอื่นก็ไม่ยอมเพราะเธอบอก "กูไม่ได้ มึงก็ต้องไม่ได้"
ส่วนผู้ชายคนกลางเหรอ .. ไหลทางโน้นที ทางนี้ที ..
แต่ด้วยว่าผู้ชายเค้าทำตัวให้ครอบครัวฉันรุ้จักเองนี่
ก็เลยโดนพี่ชายฉันเล่นงานหนักหน่อย โทษฐานทำให้น้องสาวถูกรังแก
เหมือนเรื่องมันจะจบง่ายๆ ถ้าฉันกะพี่เค้าตกลงเลิกคบกัน
แต่พี่มันไม่ยอมเลิก พวก ญ พวกนั้นก็ไม่ยอมรามือ
จนถึงขั้นบราเดอร์บัญชาต้องยื่นมือเข้าช่วยฉันเคลียร์
เรียกผุ้ชายมาถามไถ่ที่มาที่ไป เรียก ญ พวกนั้นมาทำทัณฑ์บนไว้
และไปจบที่ภาพปะป๊าจูงมือฉันขึ้นโรงพัก เพราะป๊าเองก็ไม่ยอมให้จบแค่นี้
ก็ ญ นั้นเค้าเล่นเอาปืนมาขู่เลยนี่ .. ครอบครัวฉันก็ต้องกันไว้ก่อน
แจ้งความทำการลงบันทึกประจำวัน สน.หัวหมาก

เฮ้อ~!.. อยู่ไม่ได้ขาดใจ .. ปวดกบาลชิบหาย
ป๊าแม่ให้อภัยกับเรื่องที่เกิดขึ้นขอลาออกก็เต็มใจให้ลาออก
ฉันขอโทษป๊า ป๊าบอกว่าไม่ต้องขอโทษหรอกลูกไม่ได้ทำผิดอะไร T T
และไม่ต้องไปเรียนโรงเรียนนี้แล้ว (มหาลัย' นี่แหล่ะ)
จากเด็กสาวอนาคตไกล กลายเป็นเด็กฟอสซิ่วในเวลาแค่สองปีเองง่ะ
.
ท้ายสุดก็จบลงที่ โกนุ้ยย้ายออกมาเรียนที่ ม.เกษมบัณฑิต ติดกะบ้านเรย
โดยที่รุ่นพี่ผุ้ชายคนนั้นก็มีแฟนใหม่ไปตามระเบียบ
แต่ฮีก็ยังด้านหน้ามาหาตรูที่บ้านอยู่ดีแล้วคิดหรือว่า ตรูจะยอมเจอหน้ามันอีก
เย็ดเฮ้!!!
.

.
- .. ลูกช่างขุด ..
เนื่องจากรักครั้งแรก (จริงๆ) ในชีวิต ทำให้เกิดแผลใหญ่จริงๆ (ในชีวิต)
เพราะเราพลาดที่ไม่ได้สนใจใคร่รู้เรื่องราวในอดีตของคนที่ตนจะเลือกรักมาก่อน
ทำให้ก่อนจะรักใครครั้งต่อๆ ไปของฉันจึงต้องผ่านการ process อย่างละเอียด
แสกนแอนด์สกรีนเบื้องต้น .. คือถ้าฉันคิดว่าจะคบคนๆ นี้เป็นแฟนแล้วล่ะก้อ
ฉันก็จะไถ่ถามเรื่องรักของเขาในปัจจุบันและอดีต
(กันไว้ก่อนจะเจอแบบคนแรก)
พอซักไซร้ไล่เรียงมากๆ เข้า บางคนเค้าเล่นไม่ซื่อกับเรา คือมีใครอยู่แล้ว
แต่เขาไม่เนียนฉันรู้ก็จะเล่นให้เจ็บๆ
ทั้งพูดจาถากถางดูหมิ่นดูแคลนผู้ชายเจ้าชู้พวกนั้น
แล้วถ้าฉันเกิดไปอินเลิฟกะใครบางคนเข้าจริง
ฉันก็จะทั้งขุดทั้งคุ้ยเรื่องรักของเค้าขึ้นมา
ฟังดูเหมือนผุ้หญิงส่วนใหญ่จะเป็น แต่ฉันนี่จะเข้าขั้นโคม่าอาการหนักอย่างแรง
ซึ่งไอ้นิสัยเสียๆ แย่ๆ ที่ชอบนึกคิดเอาอดีตของคนรักขึ้นมา แล้วพูดออกมาซ้ำๆ
ให้เจ็บทั้งเขาทั้งเรา .. ไม่ดีเลย ถึงรู้ดี แต่ฉันก็ยังเป็น
ฉันคิดเอาว่าเหตุเพราะ "รักครั้งแรก" นั่นล่ะ..
..ที่ทำให้รักครั้งต่อๆ มาของฉันสั่นคลอน
บางทีถ้าฉันไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงความคิดของตัวเองซะตั้งแต่ตอนนี้
ชีวิตรักในปัจจุบันและอนาคตของฉัน จะไม่มีวันทำให้ฉันมีความสุขได้อีกเลย
.

.
- .. ปริญญา 1 ใบในเสี้ยวชีวิต ..
เรื่องลับที่ไม่ลับอีกเรื่อง ฉันเรียนเอแบค 2 ปี
พ.ศ.๒๕๔๐ - ปี 1 id 401-394x คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ
พ.ศ.๒๕๔๑ - ปี 2 id 411-318x คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษธุรกิจ
ที่ย้ายเพราะภูมิแพ้อักษรคันจิ (Kanji) เลยใช้วิธี Re-enter เข้ามา
พ.ศ.๒๕๔๒ - ย้ายมาเกษมบัณฑิต

ปี 1 เทอม 1 คณะบริหารธุรกิจ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
ปี 1 เทอม 2 คณะศิลปศาสตร์ สาขาการโรงแรมการท่องเที่ยวธุรกิจ
พ.ศ.๒๕๔๓-๒๕๔๕
เรียนรุ่งเป็นช่วงๆ ร่วงเป็นระยะๆ ถือว่าใช้ชีวิตนักศึกษาเกือบคุ้ม
พ.ศ.๒๕๔๖ - เพื่อนรุ่นเดียวกันส่วนใหญ่รับปริญญา แต่ดิฉันยังค่ะ!
ติดวิชา Housekeeping Management 1 ตัว 3 หน่วยกิต
ถึงงั้นดิฉันก็เป็น 1 ในไม่กี่คนในรุ่น
ที่ได้งานทำในบริษัทที่ใหญ่โตและมีชื่อเสียง
ถึงเรื่องที่ยังเรียนไม่จบทำให้ so sad มากโขว
แต่ก็ยังได้รับโอกาสที่ดีอยู่บ้างที่ได้งานทำ
ในขณะที่เพื่อนๆ หลายคนเรียนจบแต่หางานทำไม่ได้!
พ.ศ.๒๕๔๗ - ปลายปี ๔๖ ลาออกจากงานที่แรก เพื่อไปทำงานใหม่ที่ จ.ภูเก็ต
สังคมใหม่ที่นั่นทำให้ฉันเข้มแข็ง และแข็งแกร่งขึ้นมาก
ไม่ลืมทำหนังสือโอนวิชาการจัดการงานแม่บ้านไป มอ.ภูเก็ต
พ.ศ.๒๕๔๘ -ปลายปี ๔๗ที่ผ่านมาเกิดเหตุสึนามิคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก
ทำให้ป๊ากับแม่และญาติๆ วิตกกังวลห่วงตัวเรามากยิ่งขึ้น
จึงตัดสินใจลาออกจากงาน กลับกรุงเทพฯ
เพื่อสอบวิชาสกัดดาวรุ่งให้เสร็จสิ้น
และเพื่อปริญญาบัตรที่ปะป๊าต้องการ

ในวันที่ ๒๑ เดือน ๘ พุทธศักราช ๒๕๔๘
สนนเวลาทั้งสิ้น ๘ ปีกับใบปริญญานี้ ใบเดียว
.

.
- .. วงจรอุบาทว์ ..
ดิฉันติดยา..ลดน้ำหนัก

หรือที่เรียกง่ายๆ ว่ายาลดความอ้วนนั่นล่ะค่ะ
เริ่มกินครั้งแรกตอนอายุ 17 ปี ซึ่งขณะนั้นน้ำหนักประมาณ 52 กก. สูง 162 ซม.
การหาหมอลดความอ้วนครั้งแรกนั้นอาจต่างจากคนอื่นๆ
ตรงที่ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ หา .. เพราะว่าไปกับแม่ หากับแม่
ตอนนั้นยังไม่มีข่าวสารเรื่องผลข้างเคียงของการใช้ยาลดความอ้วนมากนัก
ก็เลยพากันไป เรียกว่า "รู้เท่าไม่ถึงการณ์" ก็ว่าได้
ครั้นพอรู้ว่าการใช้ยาประเภทนี้มีผลข้างเคียงค่อนข้างรุนแรง
ป๊าแม่ก็เตือนและห้ามไม่ให้ไปพบหมอซื้อยาแล้ว
แต่ด้วยความที่อยากผอม .. คิดว่าผอมแล้วจะสวย
ก็ยังดื้อรั้น ดันทุรังซื้อยากิน ..
คือดิฉันจะทนไม่ได้เลย ถ้า นน. เกิน 50 กก.
คลินิคที่ว่าดังๆ หมอที่ว่าดีๆ ฉันเองไปหาหมดแล้วทั้งนั้น
.. รู้ว่ามันไม่ดี แต่ไม่มีใครห้ามได้ ..
เมื่อไหร่ที่ฉันกินยา จะกระปรี้กระเปร่า กระฉับกระเฉง
เมื่อไหร่ที่ยาหมด ฉันจะง่วงนอน อ่อนเพลีย หลับได้หลายวันติดๆ กัน
อย่างที่เขาเรียกกันว่า "โยโย่ เอฟเฟ็ค"
น้อยคนมากที่จะรู้เรื่องส่วนตัวเรื่องนี้
นอกจากครอบครัว เพื่อนสนิท และแฟนเท่านั้น
* ยาลดน้ำหนักเป็นยาอันตราย เหมือนการเสพสิ่งเสพย์ติดนั่นล่ะค่ะ
ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ใครใช้ยาลดน้ำหนักอย่างที่ฉันใช้
เรามีทางออกอื่นๆ เยอะแยะมากๆ ที่จะทำให้เรารักษาสุขภาพและความงามได้
โดยที่ไม่ต้องทำร้ายและทำลายร่างกายตนเองเหมือนอย่างที่ฉันทำทุกวันนี้ *
.

.
จบแล้ว .. ความลับ 5 ข้อของนุ้ย
ยังไงดีล่ะ ไม่ขอคอมเม้นท์เกี่ยวกับเรื่องลับๆ ดีไหม
เพราะถือเป็นความลับส่วนตัวที่พยายามด้านหน้าพิมพ์ออกมาเนี๊ย
บล็อค Tag หน้าเนี้ย สี่วันเชียวนะ จะบอกให้ (o_O" )/
...
ทั้งนี้ทั้งนั้น จึงขอ Tag ต่อไปยังเพื่อนๆ อีก 5 คน
ตามความประสงค์ของผู้ให้กำเนิด Tag Online นะจ๊ะ
Tag to น้องสาวเจ๊นุ้ย
Tag to เอ๋เพื่อนที่คิดถึง
http://pickmeshop.diaryclub.com
Tag to แบงค์กะกิฟท์
Tag to น้องใน exteen
สุดท้ายขอ tag ไปหาคนสำคัญที่สุดของนุ้ย ซึ่งเขาคงไม่มีวันมาเขียนแน่ๆ
แต่ก็อยากจะ tag ไป ..
Tag to My Love
.
:: Canon in D Major ::
ไม่ต้องสงสัยเพลงเกี่ยวอะไร แค่ชอบส่วนตัว !
.
ขอบคุณ BLOG TAG จากคุณ "คนตกหลุมรัก" อีกคนด้วยนะคะ
edit @ 2007/01/16 00:17:52
